วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ส รุ ป แ ละ อ ภิ ป รา ย ผ ล กา ร ท ด ล อ ง


ส รุ ป แ ละ อ ภิ ป รา ย ผ ล กา ร ท ด ล อ ง

พบว่าสารเคมีที่ใช้ในการเก็บรักษาดอกมะลิให้คงทน กลีบดอกแข็ง สมารถนำไปร้อยเป็นพวงมาลัยได้ คือ การ
นำดอกมะลิไปแช่ในสารละลายยาแอนตาซิล 500 mg ผสมน้ำ 500 cm3 เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จะสามารถเก็บรักษาดอก
มะลิได้นานถึง 3 วัน 8 ชั่วโมง และไม่ควรแช่ดอกมะลิในสารละลายยาแอนตาซินเกิน 1 ชั่วโมง จะทำให้ดอกมะลิมีสี
เหลือง กลีบดอกอ่อนจนเละ ไม่สามารถนำมาร้อยเป็นพวงมาลัยได้
ประโยชน์ของโครงงานนี้ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายดอกมะลิที่มีความสด กลีบดอกแข็ง ซึ่ง
นำไปร้อยมาลัยได้และเป็นที่ต้องการของตลาด

ดอกมะลิ


ปัญหาของเกษตรกรที่มีอาชีพทำไร่มะลิ คือการรักษาความสดของดอกมะลิที่เก็บได้ไม่นาน มะลิจะเริ่มเน่าเสีย
กลีบดอกอ่อน ทำให้ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ไม่สามารถที่จะนำไปร้อยเป็นพวงมาลัยได้ การทดลองครั้งนี้
จึงได้ศึกษาวิธีการทดลองการเก็บรักษาดอกมะลิด้วยสารเคมีชนิดต่างๆ ที่มีผลต่อความคงทนของดอกมะลิ
โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 5 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดค่าดัชนีการบานและการตูมของดอกมะลิ พบว่าดอกมะลิที่บาน ที่ไม่นำไปร้อยพวงมาลัย
มีเส้นผ่านศูนย์กลางดอกระหว่าง 9.10 mm - 10.00 mm มีค่าเฉลี่ย 9.45 mm ส่วนดอกมะลิที่ตูมมีค่าเส้นผ่านศูนย์กลาง
ของดอกระหว่าง 8.95 mm - 8.10 mm

ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมของสารเคมีชนิดที่มีผลต่อความคงทนของดอกมะลิ โดยทดลองกับ
สารเคมี 4 ชนิด คือ ยาแอนตาซิล ยาพารา ยาทัมใจ ปูนแดง ในสารละลาย 4 ชนิด ความเข้มข้น คือ 125 mg
250 mg 375 mg 500 mg ผสมน้ำ 500 cm3
ผลการทดลองพบว่ายาแอนตาซิล ความเข้มข้น 500 mg ผสมน้ำ 500 cm3 เก็บรักษาดอกมะลิไว้ได้นานที่สุด
3 วัน 8 ชั่วโมง สารละลายปูนแดงทุกความเข้มข้นเก็บรักษาดอกมะลิไว้ได้นาน 2 วัน 12 ชั่วโมง
เช่นเดียวกับสารละลายยาพาราทุกความเข้มข้นเก็บรักษาดอกมะลิไว้ได้นาน 2 วัน 8 ชั่วโมง และสารละลาย
ยาทัมใจทุกความเข้มข้น เก็บรักษามะลิได้นาน 2 วัน
ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาเปรียบเทียบชนิดของสารเคมีที่มีผลต่อความคงทนของดอกมะลิ
ผลการทดลองพบว่าสารละลายยาแอนตาซิลความเข้มข้น 500 mg ผสมน้ำ 500 cm3 สามารถทำให้ดอกมะลิสด
กลีบดอกไม่อ่อน เก็บรักษาดอกมะลิได้ดีกว่าสารทุกชนิด ที่ใช้ในการทดลอง คือ เก็บรักษาดอกมะลิได้ 3 วัน 8 ชั่วโมง
ดีกว่ากลุ่มควบคุม ซึ่งเก็บได้นานเพียง 12 ชั่วโมง

ขั้นตอนที่ 4 ศึกษาหาระยะเวลาที่เหมาะสมในการแช่ดอกมะลิในสารเคมีเพื่อรักษาความคงทน
โดยใช้สารละลายยาแอนตาซิล ที่เก็บรักษาดอกมะลิได้ดีที่สุดจากการทดลองตอนที่ 3 มาทดลอง ผลการทดลอง
พบว่าเวลาที่ใช้ในการแช่สารเคมีในการเก็บรักษาดอกมะลิในยาแอนตาซิลนาน 2 ชั่วโมง และ 3 ชั่วโมง
จะทำให้ดอกมะลิมีสีเหลือง กลีบดอกอ่อน โดยเฉพาะถ้าแช่ดอกมะลิ 3 ชั่วโมง กลีบดอกมะลิจะอ่อนจนเละ
ไม่สามารถร้อยมาลัยได้


ขั้นตอนที่ 5 ศึกษาหาสภาพกรด - เบสของสารที่ใช้ในการรักษาความสดของดอกมะลิ
ผลการทดลองพบว่าสารละลายยาทัมใจ มีสภาพความเป็นกรดมากที่สุด คือมีค่า pH 2.2 สารละลายยาพารา
มีสภาพเป็นกลาง คือมีค่า pH 7.0 สารละลายยาแอนตาซิลสภาพเป็นเบสอ่อน คือมีค่า pH 8.1 ส่วนปูนแดง
มีสภาพเป็นเบสมากที่สุด คือมีค่า pH 12.0

ประโยชน์ของโครงงานนี้ เป็นการลดต้นทุนในการผลิตของเกษตรกรเพราะดอกมะลิมีความสด
กลีบดอกไม่อ่อน ยืดระยะเวลาการจำหน่าย ทำให้ลดการสูญเสียของดอกมะลิ และทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

น้ำมะนาวร้อน ดีมีประโยชน์


น้ำมะร้อน มีข้อดีมากกว่า น้ำมะนาวเย็น

ข้อดีของน้ำมะนาวร้อน คือ

น้ำมะนาวร้อนจะช่วยบำรุงตับให้ผลิตน้ำดีออกมาช่วยในการย่อยอาหารให้เร็วขึ้น และยังช่วยขับของเสียที่คั่งอยู่ในท้อง

ดื่มตอนไหนดี

ควรดื่มก่อนมื้ออาหาร หรือดื่มทันทีหลังจากตื่นนอนตอนเช้า เพื่อทำให้ร่างกายสดชื่น

ประโยชน์ของ สตรอเบอร์รี่


  • เป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัดและให้พลังงานต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก
  • มีวิตามินซีสูง สามารถป้องกันโรคหวัดได้เมื่อรับประทานเป็นประจำ
  • ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ สตอรว์เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอยู่ในอันดับต้นๆของผักผล ไม้มีการศึกษาในผู้หญิงสูงอายุพบว่ารับ ประทานวันละ 20ผล หรือ 240 กรัม ทำให้ความสามารถต้านอนุมูลอิสระในเลือดเพิ่มขึ้น
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้
  • ช่วยล้างพิษ ทำให้ร่างกายสดชื่นผ่อนคลาย
  • แนวทางให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจาก สตรอว์เบอร์รี่

วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555


"วิตามินซี" เพื่อสุขภาพ

มาทำความรู้จักกับ “วิตามินซี” กับบทบาทสำคัญ ... คุณสมบัติที่โดดเด่นของวิตามินซี ก็คือ ความเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) นั่นเอง โดยประโยชน์หลักๆ เมื่อร่างกายได้รับวิตามินซีเป็นประจำ คือ เพิ่มภูมิต้านทานแก่ร่างกาย ป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง บำรุงผิวพรรณหรือชะลอความแก่ ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันหรือเหงือกอักเสบ ในทางกลับกัน หากร่างกายเราขาด “วิตามินซี” หรือมีปริมาณวิตามินซีน้อยเกินไป อาจส่งผลทำให้เกิดอาหารเหล่านี้ได้
หลายคนคงสงสัยว่าเราควรออกกำลังกายตอนไหนดี
เมื่อเรารับประทานอาหารเย็นแล้ว ตับจะทำหน้าที่เปลี่ยนสารอาหารต่างๆให้ไปอยู่ในรูปที่สามารถเก็บสำรองไว้ในร่างกายเราได้
ฉะนั้นเมื่อเราตื่นมาตอนเช้า แล้วไปออกกำลังกาย ตับเราจะต้องทำหน้าที่ดึงอาหารเหล่านั้นกลับมาเพื่อเผาผลาญ นานเข้าๆ ตับจะเต็มไปด้วยไขมัน กลายเป็นตับแข็ง

วิธีออกกำลังกาย
1.วิ่งสัก 30 นาที วันล่ะ 2 ครั้ง
2.วิ่งอยู่กับที่ในบ้านก็ได้
3.เดินรอบบ้าน
บางคนอาจจะคิดว่างั้นก็รับประทานอาหารตอนเช้าไปก่อนวิ่งก็ได้ แต่รู้ไหมว่า ช่วงรับประทานอาหารจะมีเลือดมาเลี้ยงที่กระเพาะอาหารเต็มไปหมด ถ้าเราไปวิ่งเลย